post:

CSR ครั้งที่ 5 "เรียนรู้ธรรมะผ่านเลน์ เปิดโลกมืดเติมเต็มฝันปันจินตนาการ"

แชะ แชะ เสียงกดชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูจากผู้บกพร่องทางการมองเห็นหรือคนตาบอดนั้นทำให้ผู้ที่ได้ยินเสียงหรือพบเห็นลหายคนเกิดความสงสัยและมีคำถามต่าง นานาว่าในเมื่อพวกเคามองไม่เห็นแล้วทำไมเขาถึงถ่ายรูปกันได้ ใช้เทคคนิคแบบไหนและถ่ายรูปได้จริงหรือ เพราะการถ่ายรูปภาพสำหรับคนตาบอดนั้นมันแถบไม่มีโอกาศเป็นไปได้เลยในความคิดของใครหลายๆคน สำหรับเยาชนผู้พิการทางการมองเห็นจำนวน 25 ชีวิต ที่เดินทางมาจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ ได้มีโอกาศเข้าร่วมกิจกรรม "เรียนรู้พระพุธทศาสนาผ่านเลนส์ จากโลกของเด็กที่พิการทางสายตา" ซึ่งริ่ริ่มโครงการโดย "บริษัทน้อมบุญ" บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ย่านศรีนครินทร์ ที่ได้แบ่งปันและสานฝันเด็กๆให้เป็นจริงขึ้นมาได้ มานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บรฺษัท น้อมบุญ จำกัด หัวเรือของกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมแก่น้องๆ ผู้พิการทางสายตากล่าวว่า "ในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา เราจัดกิจกรรมเรียนรู้พระพุทธศาสนาผ่านเลนส์จากโลกของเด็กที่พิการทางสายตา เปิดโอกาศให้เด็กๆ ตาบอดเข้าแคมป์ปฏิบัติธรรมและเรียนรู้การถ่ายภาพ 1 คืน 2 วัน ณ วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น เด็กได้เรียนรู้พุทธศาสนาผ่านการฟังธรรมเทศนา นิทานชาดก การนั่งสมาธิ เวียนเทียน ทำบุญใส่บาตร และร่วมการถ่ายภาพ โดยมีครูจิตอาสา Pict4all โดยสอนหลัการถ่ายรูปอย่างง่ายให้เด็กๆ สามารถถ่ายรูปได้อย่างเช่นเดียวกับคนปกติ" "ไฮไลท์ของกิจกรรมนี้ คือการนำภาพจากฝีมือพวกเขามาร้อยเรียงเล่าเรื่องผ่านการแสดงละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักธรรม ซึ่งเด็กๆ สามารถถ่ายถอดความเข้าใจและความรู้สึกออกมาได้ดี ซึ่งเสมือนเป็นการไขกุญแจประตูที่ปิดกั้นจินตนาการและความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเขาออกมาและจากการเห็นความตั้งใจ ความสามัคคี ตลอดจนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆที่ได้ร่วมกิจกรรมนั้น มันทำให้รู้สึกว่าอิ่มเอมใจและมีความสุขที่ได้แบ่งปันโอกาส ซึ่งผมเชื่อว่าการให้เป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่และทำให้สังคมเราน่าอยู่มากขึ้น" มานะ กล่าว
น้องเอ-ด.ช ชนาธิป ประทุมมี ชั้นป5. เล่าประสบการณ์ว่า "ถึงเห็นได้ไม่ชัดเหมือนคนอื่น แต่ผมก็ได้มีโอกาศเรียนถ่ายภาพในกิจกรรมครั้งนี้ ก็รู้สึกชอบและสนุกที่พี่ๆ พามาทำกิจกรรมที่นี้ บ่อยๆ นอกจากได้เรียนถ่ายภาพแล้วที่สำคัญผมยังได้สวดมนต์ทำวัดเช้า-เย็น เดินจงกรม และเวียนเทียน รู้สึกประทับใจมากครับ เพราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ผมชอบมหารัตนเจดีย์ศรีไตยโลกธาตุ เพราะความสวยและมีปริศนาธรรมคำสอนผ่านตามผนังดูแปลกตา ผมรู้สึกชอบที่นี้ ถ้ามีโอกาสผมจะมาอีกครั้งครับ อยากให้เพื่อนๆ ที่มองเห็นได้เห็นกับตาตัวเองครับ" น้องแพรว ศศิธร กอกกระโทก กล่าวพร้อมยิ้มเสียงที่สดใส ครั้งที่ได้จับกล้องรู้สึกตื่นเต้นและยาก แต่พอได้ถ่ายสัก 4-5 ครั้ง ก็เริ่มถ่ายภาพเองได้ตรงกล้องและได้รูปได้คล่องขึ้น วันนี้ฯได้เรียนถ่ายภาพแบบมาโครเป็นการถ่ายภาพระยะใกล้ และได้ฝึกทำสมาธิเพราะการถ่ายภาพต้องมีสมาธิก่อน ถ้าเรามีสมาธิเราก็จะทำทุกอย่างออกมาได้ดี ในอนาคตหนูอยากเป็นตากล้อง เพราะหนูคิดว่า การเป็นตากล้องได้ถ่ายภาพมันเท่กว่าคนที่ถูกถ่ายภาพค่ะ คนปกติสามารถวาดภาพถ่ายถอดอารมณ์ผ่านภาพวาดได้หนูเองก็สามารถสื่อสารความรู้สึกที่มีผ่านภาพถ่ายได้เหมือนกันค่ะ ก็รู้สึกภูมิใจที่สามารถทำได้ค่ะ" ขออนุญาตถ่ายรูปพี่ๆหน่อยค่ะ เสียงเจื้อยแจ้วของน้องแบมแบม -ด.ญ.ศุลีพร เย็นสวัสดิ์ ชั้นป.4 แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นเลย แต่เธอก็สามารถบอกเล่าขั้นตอนการถ่ายภาพให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ ว่าทุกครั้งก่อนที่จะถ่ายต้องขออนุญาตภ่ายภาพก่อนทุกครั้ง เพราะถือเป็นมารยาท จากนั้นเริ่มด้วยการวัดระยะ โดยการยื่นแขนให้สุดและจับที่หัวไหล่ และถอยหลังประมาณ 4 ก้าว สำหรับการถ่ายภาพเดียวให้ถือกล้องในแนวตั้ง จะทำให้ได้ภาพที่ตรงและสวยงาม เธอยังบอกด้วยว่า "การรักษาศีล 5 ถือเป็นการทำดี และทุกครั้งที่หนูสดมนต์ทำบุญใส่บาตร หนูจะขอพรให้ได้มองเห็น เพราะหนูเชื่อว่าทำดีต้องได้ดีค่ะ" น้อมแบมแบมกล่าวทิ้งท้ายอย่างไร้เดียงสา หากเปรียบกลุ่มเยาวชนผู้บกพร่องทางการมองเห็น เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ภายนอกอาจอาจดูแตกต่างไปจากเมล็กพันธุ์ทั่วไป แต่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ก็ยังสามารถเพาะปลูกให้เป็นต้นกล้า และสามารถเติบโตเป็นต้นไม่ผลิดอกออกผลสวยงามเช่นกัน ดังนั้น หากสังคมแบ่งปันน้ำใจให้เยาวชนผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้มี พื้นที่และมีโอกาศได้เรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ แสดงออกมาอย่างเต็มความสามารถ เราคงได้มีบุคลากรเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย ที่จะสามารถเป็นแรงที่จะช่วยพัฒนาประเทศเราให้เดินไปข้างหน้า และสังคมไทยคงเป็นสังคมที่หน้าอยู่มากยิ่งขึ้น เพราะเรามองเห็นคุณค่าของมนุษย์ที่ไม่ใช่แค่เปลือกนอก แต่เป็นการเห็นด้วยหัวใจอย่างแท้จริง